10 สัตว์โลกที่เร็วมากจนฟาสเรียกพี่

10 สัตว์โลกที่เร็วมากจนฟาสเรียกพี่

ความเร็ว ถือเป็นอำนาจที่ท้าทายความแข็งแกร่ง ในปัจจุบันความเร็วมีหลากหลายรูปแบบทั้ง ความเร็วจากธรรมชาติของแรงลม พายุ ความเร็วของรถ เรือ เครื่องบิน ที่มนุษย์สร้างขึ้น นอกจากความเร็วเหล่านี้ยังมีผู้มาท้าทายความเร็วอีกมากมาย นั่นก็คือเหล่าสัตว์โลกต่าง ๆ ทั้งน้อยใหญ่ วันนี้เราจะมาเปิด 10 สัตว์โลกที่เร็วมากจนฟาสเรียกพี่ ให้ทุกท่านได้ชมกัน และจะมีสัตว์อะไรบ้างที่มาพร้อมกับความเร็วโดยที่เราไม่รู้ตัว

10 สัตว์โลกที่เร็วมากจนฟาสเรียกพี่

อันดับที่ 1 ด้วงเสือ (Tiger beetle)

สัตว์ที่ครองแชมป์ในอันดับ 1 ตอนนี้คือ ด้วงเสือ ถือเป็นสุดยอดสิ่งมีชีวิตที่มีความเร็วมากที่สุดด้วยตัวขนาดที่เล็กมากหลายคนอาจจะไม่ทันคาดคิดว่ามันจะเป็นจ้าวแห่งความเร็ว ในบางสายพันธุ์สามารถวิ่งได้เร็วกว่า 8 กิโลเมตร/ชั่วโมง  หากด้วงเสือมีขนาดร่างกายเท่ามนุษย์ คงจะสามารถวิ่งได้เร็วประมาณ 494 กิโลเมตร/ชั่วโมง กันเลยทีเดียว ซึ่งไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตไหนเร็วได้เท่านี้อีก

ด้วงเสือ (Tiger beetle)

อันดับที่ 2 เหยี่ยวพีรีกริน (Peregrine Falcon)

สัตว์ปีกที่ถลาลมมาครองตำแหน่งความเร็วอันดับ 2 นั่นก็คือ เหยี่ยวพีรีกริน จ้าวแห่งสัตว์ปีกที่สามารถเคลื่อนที่และพุ่งทะยานไปในอากาศ ด้วยความเร็วประมาณ 300 กิโลเมตร/ชั่วโมงเร็วท้าทายอำนาจแรงโน้มถ่วงจริง ๆ เป็นความเร็วที่สามารถจับเหยื่อได้ในพริบตาเดียว

เหยี่ยวพีรีกริน (Peregrine Falcon)

อันดับที่ 3 เสือชีตาห์ (Cheetah)

หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเจ้าป่าตัวนี้จะได้ครองอันดับ 1 แต่ตกมาอยู่ในอันดับ 3 สำหรับ เสือชีตาห์ แต่ก็เป็นสัตว์บกที่วิ่งได้เร็วที่สุดในโลก ด้วยรูปร่างที่ปราดเปรียวทำให้มันสามารถวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 115 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการล่าเหยื่อแต่ละครั้งเจ้าเสือชีตาห์ไม่มีพลาด

เสือชีตาห์ (Cheetah)

อันดับที่ 4 หอยเต้าปูน (Cone snail)

หอยเต้าปูน มาพร้อมกับความเร็วที่น่ากลัวก็คือ นักฆ่าที่รวดเร็วที่สุดในโลก พิษของมันเป็นพิษที่ใช้สำหรับการสังหารที่แท้จริง ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่ค้นพบยาที่ช่วยในการรักษาพิษของหอยเต้าปูนได้ ฉะนั้นใครจะแหยมกำหอยเตาปูนก็เตรียมตั๋วไปหายมบาลได้เลย

หอยเต้าปูน (Cone snail)

อันดับที่ 5 ฉลามมาโก (Shortfin mako shark)

สัตว์น้ำอีกตัวที่โดดเด่นในเรื่องของความเร็วนั่นก็คือ ฉลามมาโก ในบรรดาฉลามด้วยกัน ฉลามมาโกถูกจัดให้เป็นฉลามที่มีความรวดเร็วที่สุดในการว่ายน้ำล่าเหยื่อ มันสามารถว่ายน้ำด้วยความเร็ว 48 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในการล่าเหยื่อ เป็นความเร็วที่เหยื่อต่างไม่คาดคิดแน่ ๆ นี่แหละจ้าวแห่งทะเล

ฉลามมาโก (Shortfin mako shark)

อันดับที่ 6 นกกระจอกเทศ (Ostrich)

ขึ้นชื่อเรื่องวิ่งเร็วสุดขีดอีกตัวกับนกกระจอกเทศ ที่เป็นสัตว์ปีกที่ไม่สามารถบินได้ แต่ดันครองแชมป์การวิ่งเร็วแทน โดยนกกระจอกเทศสามารถวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง หรือประมาณ 11 ฟุต ต่อก้าวถือว่าเป็นความเร็วที่สุดในบรรดาสัตว์สองเท้าด้วยกัน และท่าวิ่งของมันยังถูกไปทำเป็นการ์ตูนชื่อดังอีกด้วย

นกกระจอกเทศ (Ostrich)

อันดับที่ 7 สุนัขเกรย์ฮาวน์ (Greyhound)

สำหรับสัตว์โลกน่ารักขวัญใจมนุษย์ก็คงต้องยกให้กับตัวนี้ เกรย์ฮาวน์ สุนัขสายพันธุ์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก โดยสามารถวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 69 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราะมีรูปร่างที่ผอมเพรียว แต่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ทรงพลัง และมีขาที่ยาวกว่าสุนัขปกติ ทำให้เกรย์ฮาวน์เป็นสุนัขสำหรับวิ่งแข่งโดยเฉพาะ

สุนัขเกรย์ฮาวน์ (Greyhound)

อันดับที่ 8 กระต่ายป่า (Hare)

ในที่นี้ใครจะไม่รู้จักนิทานกระต่ายกับเต่า ซึ่งถ้าให้วิ่งแข่งกันจริง ๆ กระต่ายป่า ก็คงจะนำลิ่วไปไกลจนชนะไปได้ เพราะมันสามารถทำความเร็วได้มากกว่านักวิ่งเหรียญทองโอลิมปิกถึง 2 เท่า และลูกกระต่ายป่าแรกเกิด สามารถหัดเดินได้อย่างรวดเร็ว เป็นพันธุกรรมความเร็วที่น่าทึ่งจริง ๆ กระต่ายป่านั้นเป็นสัตว์สันโดษชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียว ไม่ชอบรวมกลุ่ม และมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไป

กระต่ายป่า (Hare)

อันดับที่ 9 ไส้เดือนดิน (Earthworm)

สัตว์ที่หลาย ๆ คนคงจะกลัว และไม่ค่อยชื่นชอบเท่าไหร่ สำหรับเจ้าแห่งสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเราขอมอบตำแหน่งความเร็วให้กับ ไส้เดือนดิน สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีขา และไม่มีกระดูกสันหลังที่รวดเร็วที่สุด มันสามารถการเคลื่อนที่และชอนไชดินให้ร่วมซุยได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถหลบหนีจากศัตรูด้วยการมุดดินที่รวดเร็วอีกด้วย และยิ่งไส้เดือนดินอยู่เป็นกลุ่มนั้นก็จะทำให้ดินตรงนั้นร่วนซุย เหมาแก่การทำเกษตร นอกจากจะเก่งแล้วยังมีประโยชน์อีกด้วย

ไส้เดือนดิน (Earthworm)

อันดับที่ 10 กิ้งก่าบาซิลิกซ์ (Basilisk)

อันดับสุดท้ายที่มาพร้อมกับความสามารถสุดเท่กับเจ้า กิ้งก่าบาซิลิกซ์ สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก ที่สามารถวิ่งบนผิวน้ำได้เร็วถึง 11 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพราด้วยขนาดตัวและร่างกายที่เล็กทำให้มันว่องไวและเบาจนถึงขั้นวิ่งบนน้ำได้ เป็นความสามารถที่ว้าวมาก ๆ และหลายคนคงเคยอยากจะมีความสามารถด้านนี้

กิ้งก่าบาซิลิกซ์ (Basilisk)

ในโลกของเรามีสัตว์ที่ชอบท้าทายอำนาจความเร็วกันมากมายและทั้ง 10 สัตว์โลกที่เร็วมากจนฟาสเรียกพี่ ที่เรานำมาแนะนำนั้น หลาย ๆ ตัวก็ทำให้เรารู้ว่าเรามองมันผิดไปสัตว์บางชนิดขนาดตัวเล็กแต่สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว และบางชนิดที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยแต่สามารถฆ่าคนตายได้ในทันที และในอนาคตอาจจะมีสัตว์สายพันธุ์ใหม่ๆที่มาแย่งตำแหน่งเหล่านี้ไปก็ได้

ได้รู้จัก 10 อันดับสัตว์ที่มีความเร็วที่สุดในโลกกันไปแล้ว มาดู 10 อันดับสุนัขแพงที่สุดในโลก กันอีก ซึ่งสายพันธุ์สุนัขเหล่านั้น อาจจะเป็นพันธุ์ที่เราชื่นชอบหรืออาจจะเป็นสุนัขในดวงใจของใครหลาย ๆ คน ที่อยากจะซื้อมาเลี้ยงไว้ และก่อนที่จะเลี้ยงเขาก็ต้องมาทำความเข้าใจกับอุปนิสัยและการใช้ชีวิตของแต่ละสายพันธุ์ให้ดีด้วย

นอกจากนี้ สัตว์ที่ถือว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมานานอย่าง ช้าง ก็เป็นสัตว์ที่มีความน่าสนใจ ซึ่งสามารถไปทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย โดยช้างเป็นสัตว์ที่เราควรดูแล และอนุรักษ์ไว้ ไม่ควรที่จะไปทำร้ายหรือทำลายที่อยู่อาศัยของเขา

ทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย

ทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย

ช้าง เป็นสัตว์ที่มีลักษณะขนาดตัวที่สูงใหญ่ และเป็นสัตว์ที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากในระบบนิเวศ ซึ่งช้างนั้นสามารถให้ประโยชน์กับสัตว์ป่าต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเส้นทางให้กับสัตว์ต่าง ๆ ได้จากขนาดที่ใหญ่ และการสร้างแหล่งน้ำโดยการใช้งาขุดเจาะพื้นดินเพื่อให้สัตว์อื่น ๆ มีแหล่งน้ำใช้ ซึ่งคนไทยหลาย ๆ คนก็อาจจะยังไม่รู้จักช้างไทยมากพอ ว่าช้างไทยนั้นมีความเป็นอยู่ หรือมีลักษณะและมีนิสัยเป็นอย่างไร ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย ว่าเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้เรารู้จักกับช้างมากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ลองไปดูกันเลย

ทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย

มาเริ่มทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทยให้มากขึ้นกันเลย ซึ่งสำหรับประเทศไทยนั้นจะมีช้างป่าอยู่แทบทุกจังหวัดที่มีป่าสูง โดยจะพบมากในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ สระบุรี ปราจีนบุรี และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งช้างป่ามักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงหรือโขลงในแหล่งที่มีหญ้าและน้ำอุดมสมบูรณ์ โดยอาจจะพบโขลงช้างตั้งแต่ 30-50 เชือก

ถ้าภูมิประเทศแห้งแล้ง จำนวนช้างในโขลงอาจจะมีเพียง 10-20 เชือก โดยหัวหน้าโขลงเป็นช้างพลายที่แข็งแรงที่สุด จะทำหน้าที่เดินนำหน้าโขลง คอยปกป้องอันตรายให้แก่ช้างในโขลง ตลอดจนนำไปหาอาหารในแหล่งที่อุดมสมบูรณ์นั่นเอง ทั้งนี้ สำหรับช้างที่แยกไปอยู่ตามลำพัง จะเรียกว่า ช้างโทน มักเป็นช้างที่ดุร้าย ซึ่งช้างไทยชอบอากาศเย็น จึงมักอาศัยอยู่ตามละเมาะไม้ที่มีห้วยและลำธาร ไม่ชอบแดดจัด

และช้างชอบอาบน้ำบ่อย ๆ ลอยคออยู่ในน้ำได้นาน แถมว่ายน้ำได้ดีถึงแม้น้ำจะลึกมาก ช้างก็สามารถชูงวงขึ้นหายใจได้สะดวก อีกทั้งในเวลากลางวันที่แดดร้อนจัด ช้างจะหลบตามใต้ต้นไม้ หากอากาศร้อนมาก ๆ ช้างจะใช้งวงล้วงลึกเข้าไปในปาก เพื่อดูดน้ำจากกระเพาะ และพ่นน้ำไปตามลำตัว เพื่อให้ผิวหนังเปียกและลดความร้อนให้แก่ร่างกาย

ทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย

นิสัยของช้าง

มารู้จักนิสัยของช้างกันบ้าง ซึ่งช้างเอเชียและช้างไทยถือว่าเป็นสัตว์ที่มีความฉลาด และยังมีความสุภาพ สะอาด มีความจำดี รักเจ้าของ อดทนและจำกลิ่นที่เคยชินได้ด้วย โดนสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมที่ช้างจะใช้เท้าลองเหยียบเพื่อหยั่งดูว่า พื้นดินบริเวณใดอ่อนทนต่อน้ำหนักตัวไม่ได้ ช้างก็จะเลี่ยงไม่เหยียบพื้นดินบริเวณนั้น และช้างจะดุร้ายเฉพาะตอนที่ตกมันเท่านั้น ซึ่งจะจำใครไม่ได้แม้แต่คนเลี้ยงเอง

นิสัยของช้าง

ลักษณะของช้างดี

ปิดท้ายกันด้วยการรู้จักลักษณะของช้างที่ดี ที่สามารถสังเกตได้จากการมีรูปร่างขนาดใหญ่โตแข็งแรง มีหัวโต แก้มเต็ม มีหน้าผากที่กว้าง ดวงตามีความแจ่มใส ขาแข็งแรง และในบริเวณกลางหลังจะสูงเล็กน้อย แล้วลาดลงอย่างสม่ำเสมอไปทางหาง โดยลักษณะของหลังช้างเช่นนี้ จะเรียกว่า “แปก้านกล้วย” ซึ่งเป็นลักษณะของหลังช้างที่ดีที่สุด เวลายืนหัวจะเชิดขึ้นดูสง่างาม โดยจะยื่นออกมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่บิดเบี้ยว และไม่ห่างกันเกินไป ชายใบหูเรียบ ไม่ฉีกขาด ทั้งนี้ช้างที่มีสุขภาพดีจะยืนแกว่งและพับหูไปมาอยู่เสมอ เล็บเท้ามีเหงื่อซึมจากโคนเล็บ สังเกตได้จากรอยเปียกของฝุ่นที่เกาะบริเวณเท้าช้างนั่นเอง

ในส่วนของช้างที่มีลักษณะไม่ดีนั้น คือการลักษณะหรือรูปร่างและท่าทางของช้างที่อาจส่งผลร้ายต่อผู้เป็นเจ้าของได้ เช่น ทำให้กิจการขาดทุน หรือเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ โดยการที่ช้างมีลักษณะไม่ดีเหล่านี้จะถูกเรียกว่าลักษณะต้องเสนียด

และนอกจากนี้เสนียดอื่น ๆ ของช้าง เช่น ช้างที่แสดงอาการชูงวงขึ้นสูงและเอางวงยัดเข้าปาก เรียกว่า “กินนมฟ้า” ช้างที่ยืนโยกตัวไปด้านหน้าด้านหลัง ยกหัวขึ้นลงเสมอ และแกว่งขาหลังไปด้วย จะเรียกว่า “หัวตำข้าว” เป็นต้น โดยเสนียดต่าง ๆ ของช้างนั้นก็อาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น

ลักษณะของช้างดี

เป็นอย่างไรกันบ้าง ได้ทำความรู้จักกับชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทย กันไปแล้ว ซึ่งสิ่งที่เราได้รวบรวมมาฝากผู้อ่านทุกคนในวันนี้นั้น เพื่อจะทำให้คุณรู้จักช้างไทยและรู้ถึงความสำคัญของช้างต่อระบบนิเวศต่าง ๆ ในธรรมชาติและร่วมกันปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ให้กระทบต่อการใช้ชีวิตของช้างหรือสัตว์ป่าอื่น ๆ นั่นเอง

ได้รู้จักความเป็นอยู่และความสำคัญต่าง ๆ ของช้างไทยกันไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของเรากันเลยทีเดียว และเป็นสัตว์ที่เราควรอนุรักษ์ไว้ด้วย แต่หากจะพูดถึงสัตว์เลี้ยงแล้วละก็ สัตว์ที่หลาย ๆ คนต้องนึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้นสุนัขและแมว ซึ่งสัตว์ทั้งสองชนิดนี้เป็นสัตว์เลี้ยงยอกนิยมของคนทั่วโลกกันเลย และหากคุณอยากรู้จักกับสุนัขพันธุ์ต่าง ๆ ที่คนนิยมเลี้ยงหรือคุรอยากนำมาเลี้ยงเองติดตามาได้ใน 3 สุนัขยอดนิยม กับลักษณะนิสัยของสุนัขที่คุณต้องรู้ ก่อนนำมาเลี้ยง นอกจากสุนัขแล้ว แมวก็เป็นสัตว์ที่คนนิยมเลี้ยงเช่นกัน ซึ่งการจะนำแมวมาเลี้ยงแล้วทำให้แมวเพลิดเพลินกับเรานั้นก็ต้องศึกษา 6 วิธีเลี้ยงแมวอย่างไรให้มีความสุข เพื่อให้แมวที่เราเลี้ยงนั้นมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ รวมทั้งผู้เลี้ยงเองด้วย

6 วิธีเลี้ยงแมว เลี้ยงอย่างไรให้มีความสุขทั้งผู้เลี้ยงและเจ้าเหมียว

6 วิธีเลี้ยงแมว เลี้ยงอย่างไรให้มีความสุขทั้งผู้เลี้ยงและเจ้าเหมียว

การเลี้ยงสัตว์หนึ่งชนิด แน่นอนว่าคนที่นำมาเลี้ยงอย่างแรกเลยคือ ต้องมีความรักให้กับ สัตว์เลี้ยง ตัวนั้น และต้องการให้มันช่วยเติมเต็มสิ่งดี ๆ ต่างในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการช่วยทำให้ผ่อนคลาย การอยู่เป็นเพื่อนยามเหงา และยังช่วยให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้ทำร่วมกันในแต่ละวันอีกด้วย ซึ่งผู้ที่จะเลี้ยงสัตว์จริง ๆ นอกจากจะให้มันเป็นเพื่อนคลายเหงาแล้ว ยังต้องรู้วิธีเลี้ยงมันให้มีความสุขด้วย โดยสัตว์ที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันอย่างมากก็คงจะเป็น “แมว” ซึ่งบทความของเราจะขอกล่าวถึงเจ้าเหมียวนั่นเอง และจะพาไปรู้จักกับ 6 วิธีเลี้ยงแมว เลี้ยงอย่างไรให้มีความสุขทั้งผู้เลี้ยงและเจ้าเหมียว ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูกัน

6 วิธีเลี้ยงแมว เลี้ยงอย่างไรให้มีความสุขทั้งผู้เลี้ยงและเจ้าเหมียว

1. มีของเล่นหลากหลาย

มีของเล่นหลากหลาย

การเลี้ยงแมวเพื่อให้แมวมีความสุขและมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ ที่ดีด้วยนั้น ก็ควรที่จะมีของเล่นที่หลากหลายให้แมวได้เล่นด้วย ซึ่งการเลี้ยงแมวแบบปล่อยและเลี้ยงในบ้าน มีความแตกต่างกัน โดยแมวที่เลี้ยงปล่อยจะสามารถออกไปสำรวจและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ แต่สำหรับเจ้าเหมียวที่อยู่ในบ้านนั้นจะมีข้อกำจัด ดังนั้นเจ้าของต้องกระตุ้นประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของเจ้าเหมียวได้ด้วยของเล่น โดยให้เลือกของเล่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไม้ล่อแมว ตุ๊กตาหนู หรืออาจจะเป็นของที่หาได้ง่าย ๆ เช่น ถุง หรือ กล่อง สิ่งเหล่านี้จะทำให้เจ้าเหมียวมีพัฒนาการและมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย    

2. วางคอนโดแมวสำหรับลับเล็บ

วางคอนโดแมวสำหรับลับเล็บ

ธรรมชาติแมวนั้นจะมีการลับเล็บอยู่เสมอ ซึ่งหากภายในบ้านไม่มีที่ลับเล็บให้แมวก็อาจจะเกิดปัญหามีรอยขีดข่วนตามเฟอร์นิเจอร์จากคมเล็บของเจ้าแมว ดังนั้นแล้วผู้เลี้ยงควรหาที่ลับเล็บมาไว้ให้เจ้าเหมียวด้วย ซึ่งคอนโดแมวก็ตอบโจทย์เป็นอย่างดี จะทำให้แมวสามารถปีนป่ายเล่นและลับเล็บไปพร้อม ๆ กันได้ด้วย

3. มีมุมให้นั่งกินลมชมวิว

มีมุมให้นั่งกินลมชมวิว

สำหรับผู้ที่เลี้ยงแมวระบบปิด ควรจะหาพื้นที่เล็ก ๆ ให้เจ้าเหมียวสามารถนั่งกินลมชมวิวได้ด้วย สามารถมองเห็นนกหรือสิ่งต่าง ๆ ภายนอกได้ โดยสามารถทำที่ชมวิวแบบง่าย ๆ ได้ด้วยการติดชั้นวางของติดผนังตามขอบหน้าต่างแล้วหาเบาะนุ่ม ๆ มาวาง แค่นี้ก็จะได้มุมชมวิวให้เจ้าเหมียวแล้ว และที่สำคัยปลอดภัยกับเจ้าเหมียวกว่าการออกไปนั่งเล่นนอกบ้าน

4. มีเวลาเล่นกับแมว

มีเวลาเล่นกับแมว

ผู้เลี้ยงควรมีเวลาเล่นกับแมวด้วย เพราะแมวเป็นสัตว์สังคมและชอบเล่น ผู้เลี้ยงก็ควรหาเวลามาเล่นกับเจ้าเหมียวทุกวัน ไม่ใช่ปล่อยให้เจ้าเหมียวเล่นกับของเล่นแค่อย่างเดียว ของเล่นแมวมีเท่าไรก็ขนออกมาเล่นกับเจ้าเหมียวให้หมด ยิ่งหลากหลายเจ้าเหมียวยิ่งชอบ จะได้เล่นของเล่นหลายแบบและไม่เบื่อด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้แมวเล่นของเล่นอย่างเดียว ซึ่งการที่นำสัตว์มาเลี้ยงก็ควรที่จะให้เวลาและความรักกับสัตว์เลี้ยงของเรามาก ๆ ด้วย

5.  พาออกไปเปิดหูเปิดตา

พาออกไปเปิดหูเปิดตา

การที่เลี้ยงแมวภายในบ้านด้วยระบบปิด ก็ควรที่จะพาน้องเหมียวออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะด้วยพื้นที่จำกัดภายในบ้านน้องเหมียวอาจจะเบื่อได้ การพาออกไปข้างนอกก็ควรฝึกให้แมวคุ้นเคยกับการใส่สายจูงด้วย หรือจะพาขึ้นรถออกไปข้างนอกก็ได้

6. อาหารแมว

อาหารแมว

การเลือกอาหารให้แมวก็เป็นสิ่งสำคัญ แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ (carnivore) อาหารที่เหมาะสมจึงควรมีสัดส่วนของโปรตีนที่สูงและมีสารอาหารที่ครบคุณค่าตรงตามความต้องการของแมวแต่ละช่วงวัย โดยอาหารที่เลือกจะต้องมีโปรตีนที่ดีมีคุณภาพ อย่างเช่น อาหารแมวสำเร็จรูปที่มีวัตถุดิบหลักจากไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนคุณภาพดี และข้าวแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่าย และร่างกายเจ้าเหมียวสามารถดูดซึมนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ดี

ทั้งหมดนี้คือ 6 วิธีเลี้ยงแมว ที่เรา evanasa ได้รวบรวมมาฝากทุกคน ซึ่งหากคุณเลี้ยงแมวอยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยง ก็สามารถนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ในการเลี้ยงสัตว์ของคุณได้ เพื่อให้มีความสุขทั้งผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน